สอน Java ตอนที่ 6.1 Control Statement แบบเงื่อนไข if

สอน Java ตอนที่ 6.1 Control Statement แบบเงื่อนไข if

คำสั่งควบคุม (Control Statement) ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมการทำงานของโปรแกรม ทำให้โปรแกรมสามารถเลือกทำคำสั่งที่โปรแกรมเมอร์ต้องการ โดยการเลือกจะผ่านเงื่อนไข (condition) ซึ่งมีค่าเป็น true หรือ false ด้วยคำสั่งควบคุมแบบเงือนไข if

Jul 02, 2016

แก้ไขล่าสุด มีผู้อ่าน 14,764  |  JAVA

คำสั่งควบคุม (Control Statement) ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมการทำงานของโปรแกรม ทำให้โปรแกรมสามารถเลือกทำคำสั่งที่โปรแกรมเมอร์ต้องการ โดยการเลือกจะผ่านเงื่อนไข (condition) ซึ่งมีค่าเป็น true หรือ false 

รูปแบบการเขียนเงื่อนไข (condition) ใน Java ใช้ equality operators (== และ !=) และ relational operator (>, <, >=, <=) สามารถสรุปรูปแบบต่างๆ ได้ตามตารางด้านล่าง 

Standard algebraic equality or relational operator

Java equality or relational operator Sample Java condition Meaning of Java condition
Equality operators
= == x == y x เท่ากับ y
!= x != y x ไม่เท่ากับ y
Relational operators
> > x > y x มากกว่า y
< < x < y x น้อยกว่า y
>= x >= y x มากกว่าหรือเท่ากับ y
<= x <= y x น้อยกว่าหรือเท่ากับ y

ตัวอย่างและผลลัพธ์ของเงื่อนไข (condition)

int count = 10;
count == 20; // false
count == 10; // true
count != 10; // false
count != 20; // true
count > 5;   // true
count < 5;   // false
count >= 10; // true
count <= 10; // true

สังเกตุว่าค่าที่ได้จากคำสั่งเงื่อนไข (condition) จะได้ค่าเป็น true หรือ false แต่คำสั่งเงือนไขไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวได้ ต้องนำมาใช้ควบคู่กับตัวควบคุม (Control statement) เสมอในบทความนี้ ผู้เขียนจะอธิบายตัวควบคุมพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมนั่นคือ

Control Statement แบบเงื่อนไข if


การใช้ if สามารถเขียนได้หลายรูปแบบเริ่มต้นที่แบบง่ายที่สุด

1. if ตัวเดียว

มีเงื่อนไขง่ายๆ คือ ถ้าเงื่อนไขภายใน if เป็นจริง (true) คำสั่งภายใน if จะทำงาน ถ้าเป็นเท็จ (false) ก็ข้ามไป

if (studentGrade >= 50)
   System.out.println("Passed");

แสดงในลักษณะ Flowchart

2. if ... else


ถ้าเงื่อนไขภายใน if เป็นจริง (true) คำสั่งภายใน if จะทำงาน ถ้าเป็นเท็จ (false) ก็ข้ามไปทำภายใน else แทน

if ( grade >= 50 )
   System.out.println("Passed");
else
   System.out.println("Failed");

แสดงในลักษณะ Flowchart

 

3. if ..... else if

ถ้าเงื่อนไขภายใน if เป็นจริง (true) คำสั่งภายใน if จะทำงาน ถ้าเป็นเท็จ (false) ก็ข้ามไปทำภายใน else if เพื่อเช็คเงื่อนไขต่อไป ตัวอย่างแสดงการเขียนโปรแกรมเพื่อช่วยในการตัดเกรดโดยใช้ if .... else if

if ( studentGrade >= 80 )
   System.out.println( "A" );
else if ( studentGrade >= 70 )
   System.out.println( "B" );
else if ( studentGrade >= 60 )
   System.out.println( "C" );
else if ( studentGrade >= 50 )
   System.out.println( "D" );
else
   System.out.println( "F" );

แสดงในลักษณะ Flowchart

 

นอกจากนี้ สามารถนำ if มาซ้อน if ได้เช่นกัน

if ( x > 5 ) {
   if ( y > 5 )
      System.out.println( "x and y are > 5" );
} else
   System.out.println( "x is <= 5" );

 

ถ้าต้องการให้ภายใน if หรือ else ทำงานมากกว่า 1 คำสั่ง เราสามารถใช้ {.....} ครอบกลุ่มคำสั่งที่ต้องการได้

if ( grade >= 60 )
   System.out.println( "Passed" );
else {
   System.out.println( "Failed" );
   System.out.println( "You must take this course again." );
}

บทความถัดไป

สอน Java ตอนที่ 6.2 Control Statement แบบเงื่อนไข switch


แบ่งปัน

ชอบ +1

บันทึก

ฝากคำถาม คำแนะนำ ได้ที่

Facebook : Share.OlanLab.Com
LINE ID : @olanlab
อีเมล์ : olan@olanlab.com

หลักสูตร

สอน Java สำหรับผู้เริ่มต้น

เรียนรู้การเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา Java ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสูงด้วยตัวเอง พร้อมแบบฝึกหัดและเทคนิคต่างๆ แบบ Step By Step
Share คลังความรู้ด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ นวัตกรรมคอมพิวเตอร์ สอนเขียนโปรแกรม Php Java Html CSS Javascript C C++ Objective-C และอื่นๆ บนระบบปฏิบัติการ Window Linux Unix CentOS IOS Android
โดยผู้เขียนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ให้บริการพื้นที่สำหรับนักเขียนที่ต้องการแบ่งปันความรู้ พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่สนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย